วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ HGF (18-11-14 | 09:09)
- ทองปิดทรงตัวแม้เงินดอลลาร์กลับแข็งค่า
- SPDR ถือทองเพิ่ม 2.39 ตัน
- แรงขายทำกำไรกดดันทองปรับฐานระยะสั้น
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง โดยมีการปรับขึ้นของราคาน้ำมันหลังจากมีการประเมินว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจตัดสินใจลดกำลังการผลิตน้ำมันลง เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองฟื้นตัวขึ้น ส่วนปัจจัยอื่นๆโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยลบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ทั้งการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีสัญญาณฟื้นตัว และแนวโน้มที่จะมีการผ่อนคลายทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า
ในวันนี้จะมีการรายงานข้อมูลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐซึ่งผลสำรวจประเมินว่ารายงานที่จะออกมานั้นมีสัญญาณในทางบวก ส่วนรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐซึ่งเป็นตัวแทนของระดับราคานั้น ผลสำรวจประเมินว่าจะยังเคลื่อนไหวในระดับต่ำ ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางสหรัฐ อย่างไรก็ตามหากราคาน้ำมันกลับเร่งตัวขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ระดับเงินเฟ้อในสหรัฐเริ่มปรับตัวขึ้นในอนาคต
ราคาทองคำอ่อนตัวลงหลังจากในระหว่างวันไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,195-1,200 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ แต่การอ่อนตัวลงที่เกิดขึ้นในการซื้อขายวานนี้ยังไม่ลงไปต่ำกว่าแนวรับในระยะสั้นบริเวณ 1,175-1,180 ดอลลาร์ ภาพเทคนิคจึงยังมีแนวโน้มฟื้นตัว และหากราคาทองดีดตัวผ่านแนวต้านบริเวณ 1,195-1,200 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ ก็จะเป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวขึ้นไปยังแนวต้านบริเวณ 1,210-1,215 และ 1,220-1,225 ดอลลาร์ ตามลำดับ
ราคาโลหะเงินอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับ 16.0 ดอลลาร์ และเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงการซื้อขายในเช้าวันนี้ การเคลื่อนไหวทางเทคนิคของราคาโลหะเงินยังมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยมีแนวต้านในระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 16.50 ดอลลาร์ หากสามารถผ่านแนวต้านนี้ขึ้นไปได้ คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามากและราคาโลหะเงินจะปรับตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 17.0 ดอลลาร์ ได้ต่อไป
โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนธ.ค.57
Close chg. Support Resistance
18,540 -20.00 18,450/18,300 18,600/18,750
แนวรับบริเวณ 1,170-1,175 และ 1,160 ดอลลาร์ ยังเป็นระดับแนวรับที่สามารถกลับเข้าเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,145-1,150 ดอลลาร์
ตลาดโลหะ
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 พ.ย.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการหดตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ปรับตัวลง 2.1 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,183.5 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 25.7 เซนต์ ปิดที่ 16.057 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ร่วงลง 11.8 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,201.3 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 2.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 768.70 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำร่วงลงหลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบเมื่อเทียบสกุลเงินหลักอื่นๆ จากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ WTI หลังจากทางการญี่ปุ่นระบุว่า จีดีพีไตรมาส 3 ปีนี้ หดตัวลง 1.6% ตรงข้ามกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัวราว 2% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น ต้องเลื่อนการปรับขึ้นภาษีการบริโภคครั้งที่สองออกไป สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลของบลูมเบิร์กว่า กลุ่มเฮดจ์ฟันด์ได้ลดการถือครองทองคำลง 49% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับลดมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีนี้