วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ CGF : (18-12-14 | 09:23)
Today Strategy: Gold ราคาทองคำยังแกว่งตัว sideway อยู่ในกรอบ แนะนำซื้อขายตามกรอบแนวรับ แนวต้านที่ให้ไว้ SET50 โลกเขียวตามผล Fed ย้ำขึ้นดอกเบี้ยตามกำหนดเดิม แนะ trading long และหากยืน 1,000 จุด ให้เน้นฝั่ง long หากยืนไม่ได้ ให้ short
Key Factors
• Gold ราคาทองคำตลาด COMEX ปิดลดลง 8.01 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,188.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลง 0.3% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2008 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.1% สำหรับผลการประชุม FOMC เมื่อคืนนี้ Fed ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไปและนางเจเน็ต เยลเลนประธานเฟดได้กล่าวว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมอย่างน้อยถึงในช่วงไตรมาสแรก ปี 2015 นอกจากนี้เฟดยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นแรง สำหรับแนวโน้มของราคาทองคำยังเป็นการแกว่งตัวในลักษณะ sideway down แนะนำนักลงทุนซื้อขายตามกรอบแนวรับ แนวต้านที่ให้ไว้
• ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก 288.00 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกขึ้นมาหลังเฟดประเมินภาวะเศรษฐกิจในเชิงบวกและยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไป
• USD/THB ปิดที่ 32.92 บาทต่อUSD เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
• Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex และน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้น หลังตัวเลขยอดสต๊อกน้ำมันประกาศออกมาลดลง
Market Movement
• Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,188.20 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,183.73 – 1,202.90 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,192 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,180/1,175 แนวต้านบริเวณ 1,200/1,210
• USD/THB ปิดที่ 32.92 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.94 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 33.0/33.2 ให้แนวรับบริเวณ 32.8/32.7
• ICE Brent ปิดที่ 61.18 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 61.5/63.0 และให้แนวรับบริเวณ 59.0/58.0
Recommendations
ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,140 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,100 –1,300 รอสะสม Long บริเวณ 1,100
ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,000 – 1,400 รอสะสม Long บริเวณ 970
Technical Commentary
• ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำราย 60 นาที แกว่งตัวในกรอบ sideway down และราคายังยืนเหนือแนวรับที่ระดับ 1,180 ได้ RSI เริ่มเกิดสัญญาณ bullish divergence ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะรีบาวน์ขึ้นจากกรอบล่างของ channel ขาลง เพื่อขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง
• Strategy : แนะนำ Trading ในกรอบ
Key Point
Positive View( + )
• นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก
• ความต้องการทองคำในตลาด Physical
• อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ
Negative View( - )
• Fed ยุติมาตรการ QE นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
• ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS
• ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้
USD/THB
เงินบาทในกราฟรายวัน แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น แต่ macd เริ่มเกิดสัญญาณ bearish divergence จึงแนะนำให้ trading ในกรอบเท่านั้น
ให้แนวต้านบริเวณ 33.0 / 33.2
ให้แนวรับบริเวณ 32.8 / 32.7
Strategy: trading ในกรอบ
Exclusive News
เศรษฐกิจสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ระบุ สามารถอดทนรอต่อไปได้อีก ในการปรับท่าทีด้านนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับใกล้ศูนย์ต่อไป โดยระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงขยายตัวปานกลางนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาว เป็นเพราะราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.3-2.4% ในปีนี้ สูงขึ้นจากระดับ 2-2.2% เมื่อเดือน ก.ย. แต่คงระดับคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าไว้ที่ 2.6-3% ทั้งนี้ Fed คาดว่า อัตราdkiว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 5.8% ในปีนี้ และจะลดลงเหลือ 5.2-5.3% ในปีหน้า
เศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือน พ.ย.ปรับตัวลดลง 0.3% จากเดือน ต.ค. ร่วงลงมากที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี เนื่องจากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% และดัชนี CPI นับย้อนไปในช่วง 12 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานในช่วงเวลาดังกล่าว ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7%
เศรษฐกิจยุโรป อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือน พ.ย.ปรับตัวขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวจากระดับ 0.4% ในเดือน ต.ค. โดยรายงานระบุว่า ราคาเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัว และหากไม่รวมราคาพลังงานและอาหาร อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบรายปี เท่ากับเดือน ต.ค.
เศรษฐกิจยุโรป จำนวนคนว่างงานอังกฤษในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.ลดลง 63,000 คน สู่ระดับ 1.96 ล้านคน ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ด้านจำนวนผู้มีงานทำในช่วง 3 เดือนดังกล่าว อยู่ที่ 30.80 ล้านคน เพิ่มขึ้น 115,000 คน จากช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. สำหรับรายได้เฉลี่ยไม่รวมโบนัส ขยายตัว 1.6% ส่วนรายได้รวมโบนัส ปรับขึ้น 1.4% ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในเดือน พ.ย.ลดลง 26,900 ราย มาอยู่ที่ 900,100 ราย
เศรษฐกิจยุโรป แบงก์ชาติรัสเซียยืนยัน พร้อมแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมหลังค่าเงินรูเบิลร่วงหนัก เพื่อสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจภายในประเทศและขจัดความวิตกกังวลในตลาดการเงิน ซึ่งการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ทั้งสิ้น 6.5% สู่ระดับ 17% ไม่สามารถบรรเทาความตื่นตระหนกในตลาดได้ เนื่องจากเศรษฐกิจรัสเซียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ร่วงลง และยังถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกจากเรื่องยูเครน
เศรษฐกิจเอเชีย ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 29 เดือนติดต่อกัน โดยยอดขาดดุลการค้าในเดือน พ.ย.อยู่ที่ 891,900 ล้านเยน ทั้งนี้ ยอดนำเข้าโดยรวม ลดลง 1.7% มาอยู่ที่ 7.8 ล้านล้านเยน แต่การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) เพิ่มขึ้น 12.2% เนื่องจากญี่ปุ่นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้นในการผลิตไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะที่ยอดการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันอีก 4.9% มาอยู่ที่ 6.19 ล้านล้านเยน