วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ CGF : (11-12-14 | 09:14)

วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ CGF :  (11-12-14 | 09:14)



Today Strategy: Gold ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้น แนะนำ ปิด Long ทำกำไร และ รอเปิด Long ใหม่เมื่ออ่อนตัว SET50 เข้าสู่ขาลงระยะกลาง เป้าหมายเส้น MA ที่ 1,010 แนะ short เมื่อปรับขึ้น

Key Factors
Gold ราคาทองคำตลาด COMEX เมื่อวันอังคารปิดเพิ่มขึ้น 27.59 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,230.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในวันพุธอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรทำให้ปิดลดลง 3.69 ดอลลาร์ปิดที่ 1,226.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งในระหว่างวันขึ้นไปทำ high ที่ 1,238.20 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวร่วงลง นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิคเมื่อราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,220 ได้ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามามาก ในขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงอีกเมื่อมีการรายงงานยอดสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้น สำหรับภาพทางเทคนิคของราคาทองคำ หลังจากสามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,220 ได้ทำให้ภาพในระยะสั้นเป็นขาขึ้น แต่ในวันนี้อาจมีการย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไรเมื่อไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,238 – 1,242 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,220/1,210 แนะนำ ปิดทำกำไรฝั่ง Long และรออ่อนตัวค่อยเปิด Long ใหม่
ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ 268.05 จุด หลังการร่วงลงของราคาน้ำมันฉุดหุ้นในกลุ่มพลังงานดิ่งลงแรง และมีความกังวลต่ออุปสงค์น้ำมันที่ลดลง และผลประกอบการของบริษัทด้านพลังงาน
USD/THB ปิดที่ 32.75 บาทต่อUSD แข็งค่าขึ้น ส่วนเงินดอลลาร์ร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับเงินเยน โดยนักลงทุนเข้าซื้อเงินเยนเพิ่มขึ้นเมื่อมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
Oil ราคาน้ำมัน Nymex ดิ่งลง 4.5% ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ระดับ 60.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสูงขึ้น และซาอุดิอารเบีย ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีหน้า และกล่าวว่าไม่มีแผนที่จะลดการผลิต

Market Movement
Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,226.70 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.73 – 1,238.20 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,228 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,220/1,210 แนวต้านบริเวณ 1,238/1,242
USD/THB ปิดที่ 32.75 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.77 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 33.0/33.2 ให้แนวรับบริเวณ 32.8/32.7
ICE Brent ปิดที่ 64.24 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 66.5/68.5 และให้แนวรับบริเวณ 63.5/62.0

Recommendations
ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,140 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,100 –1,300 รอสะสม Long บริเวณ 1,100
ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,000 – 1,400 รอสะสม Long บริเวณ 970

Technical Commentary
ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำราย 240 นาที แกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น แต่ RSI และ MACD ส่งสัญญาณว่าอาจอ่อนตัวลงมาก่อน เนื่องจากใกล้เขต over bought แล้ว
Strategy : แนะนำ ปิด Long ทำกำไร และรออ่อนตัว เพื่อเข้าเปิด Long ใหม่

Key Point
Positive View( + )
นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก
ความต้องการทองคำในตลาด Physical
อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ

Negative View( - )
Fed ยุติมาตรการ QE นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS
ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้
การประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า

USD/THB
เงินบาทในกราฟรายวัน อยู่บริเวณแนวรับที่เส้น Moving average 50 หากยืนเหนือบริเวณนี้ได้ แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาขึ้นอยู่
ให้แนวต้านบริเวณ 33.0 / 33.2
ให้แนวรับบริเวณ 32.8 / 32.7
Strategy: trading long

Exclusive News
เศรษฐกิจสหรัฐ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) สาขาแอตแลนตา เดนนิส ล็อคฮาร์ท ยังคงเชื่อว่า Fed ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงกลางปีหน้า โดยระบุว่า เขารู้สึกพอใจที่ Fed ยังคงระบุในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำมากเป็นระยะเวลานาน แม้มีเจ้าหน้าที่บางรายต้องการให้ยกเลิกถ้อยคำดังกล่าวเพื่อให้ Fed สามารถปรับนโยบายการเงินตามภาวะเศรษฐกิจได้มากขึ้นก็ตาม
เศรษฐกิจยุโรป ญี่ปุ่นประกาศคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย โดยเพิ่มรายชื่อ 26 บุคคล และ 14 กลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในภาคตะวันออกของยูเครนเมื่อเดือน พ.ย. ในฐานะมีส่วนบ่อนทำลายความมั่นคงของยูเครน โดยรายชื่อในบัญชีคว่ำบาตรจะถูกอายัดทรัพย์สินในญี่ปุ่นและระงับการออกวีซ่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกล่าวว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อแผนการเดินทางเยือนญี่ปุ่นในปีหน้าของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน
เศรษฐกิจเอเชีย สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน(SAFE) จะสนับสนุนให้สถาบันการเงินของจีนสามารถเข้าทำธุรกรรมในตลาดปริวรรตเงินตราอินเตอร์แบงก์ได้ นอกจากนี้ จะส่งเสริมตลาดปริวรรตเงินตราอินเตอร์แบงก์ให้มีความโปร่งใสมากขึ้นและเคลื่อนไหวในลักษณะอิงกับตลาด โดยจะกำกับดูแลและออกกฎระเบียบด้านการซื้อขายให้มีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป
เศรษฐกิจเอเชีย ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ของจีนในเดือน พ.ย.ปรับตัวขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 5 ปี และชะลอตัวลงจากเดือน ต.ค.ที่ขยายตัว 1.6% เนื่องจากราคาอาหารในเดือน พ.ย. ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของข้อมูลที่ใช้ในการคำนวนดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่น้อยกว่าเดือน ต.ค.ที่เพิ่มขึ้น 2.5% แต่ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ปรับตัวลดลง 5.6% และ 5.9% ตามลำดับ ทั้งนี้ หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี CPI ลดลง 0.2% ส่วนในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนี CPI ขยายตัว 2% ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 3.5%
เศรษฐกิจเอเชีย ดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) ของจีนในเดือน พ.ย.ลดลง 2.7% เมื่อเทียบรายปี ร่วงลงติดต่อกันถึง 33 เดือน และเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยภายในประเทศชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงด้วย ทั้งนี้ หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี PPI ปรับตัวลง 0.5% ลดลงเร็วกว่าเดือน ต.ค.ที่ลดลง 0.4% ส่วนในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนี PPI ปรับตัวลง 1.8%