วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ CGF : (11-12-14 | 09:14)
Today Strategy: Gold ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้น แนะนำ ปิด Long ทำกำไร และ รอเปิด Long ใหม่เมื่ออ่อนตัว SET50 เข้าสู่ขาลงระยะกลาง เป้าหมายเส้น MA ที่ 1,010 แนะ short เมื่อปรับขึ้น
Key Factors
• Gold ราคาทองคำตลาด COMEX เมื่อวันอังคารปิดเพิ่มขึ้น 27.59 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,230.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในวันพุธอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรทำให้ปิดลดลง 3.69 ดอลลาร์ปิดที่ 1,226.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งในระหว่างวันขึ้นไปทำ high ที่ 1,238.20 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวร่วงลง นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิคเมื่อราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,220 ได้ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามามาก ในขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงอีกเมื่อมีการรายงงานยอดสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้น สำหรับภาพทางเทคนิคของราคาทองคำ หลังจากสามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,220 ได้ทำให้ภาพในระยะสั้นเป็นขาขึ้น แต่ในวันนี้อาจมีการย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไรเมื่อไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,238 – 1,242 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,220/1,210 แนะนำ ปิดทำกำไรฝั่ง Long และรออ่อนตัวค่อยเปิด Long ใหม่
• ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ 268.05 จุด หลังการร่วงลงของราคาน้ำมันฉุดหุ้นในกลุ่มพลังงานดิ่งลงแรง และมีความกังวลต่ออุปสงค์น้ำมันที่ลดลง และผลประกอบการของบริษัทด้านพลังงาน
• USD/THB ปิดที่ 32.75 บาทต่อUSD แข็งค่าขึ้น ส่วนเงินดอลลาร์ร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับเงินเยน โดยนักลงทุนเข้าซื้อเงินเยนเพิ่มขึ้นเมื่อมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
• Oil ราคาน้ำมัน Nymex ดิ่งลง 4.5% ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ระดับ 60.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสูงขึ้น และซาอุดิอารเบีย ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีหน้า และกล่าวว่าไม่มีแผนที่จะลดการผลิต
Market Movement
• Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,226.70 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.73 – 1,238.20 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,228 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,220/1,210 แนวต้านบริเวณ 1,238/1,242
• USD/THB ปิดที่ 32.75 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.77 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 33.0/33.2 ให้แนวรับบริเวณ 32.8/32.7
• ICE Brent ปิดที่ 64.24 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 66.5/68.5 และให้แนวรับบริเวณ 63.5/62.0
Recommendations
ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,140 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,100 –1,300 รอสะสม Long บริเวณ 1,100
ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,000 – 1,400 รอสะสม Long บริเวณ 970
Technical Commentary
• ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำราย 240 นาที แกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น แต่ RSI และ MACD ส่งสัญญาณว่าอาจอ่อนตัวลงมาก่อน เนื่องจากใกล้เขต over bought แล้ว
• Strategy : แนะนำ ปิด Long ทำกำไร และรออ่อนตัว เพื่อเข้าเปิด Long ใหม่
Key Point
Positive View( + )
• นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก
• ความต้องการทองคำในตลาด Physical
• อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ
Negative View( - )
• Fed ยุติมาตรการ QE นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
• ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS
• ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้
• การประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า
USD/THB
เงินบาทในกราฟรายวัน อยู่บริเวณแนวรับที่เส้น Moving average 50 หากยืนเหนือบริเวณนี้ได้ แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาขึ้นอยู่
ให้แนวต้านบริเวณ 33.0 / 33.2
ให้แนวรับบริเวณ 32.8 / 32.7
Strategy: trading long
Exclusive News
เศรษฐกิจสหรัฐ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) สาขาแอตแลนตา เดนนิส ล็อคฮาร์ท ยังคงเชื่อว่า Fed ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงกลางปีหน้า โดยระบุว่า เขารู้สึกพอใจที่ Fed ยังคงระบุในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำมากเป็นระยะเวลานาน แม้มีเจ้าหน้าที่บางรายต้องการให้ยกเลิกถ้อยคำดังกล่าวเพื่อให้ Fed สามารถปรับนโยบายการเงินตามภาวะเศรษฐกิจได้มากขึ้นก็ตาม
เศรษฐกิจยุโรป ญี่ปุ่นประกาศคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย โดยเพิ่มรายชื่อ 26 บุคคล และ 14 กลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในภาคตะวันออกของยูเครนเมื่อเดือน พ.ย. ในฐานะมีส่วนบ่อนทำลายความมั่นคงของยูเครน โดยรายชื่อในบัญชีคว่ำบาตรจะถูกอายัดทรัพย์สินในญี่ปุ่นและระงับการออกวีซ่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกล่าวว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อแผนการเดินทางเยือนญี่ปุ่นในปีหน้าของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน
เศรษฐกิจเอเชีย สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน(SAFE) จะสนับสนุนให้สถาบันการเงินของจีนสามารถเข้าทำธุรกรรมในตลาดปริวรรตเงินตราอินเตอร์แบงก์ได้ นอกจากนี้ จะส่งเสริมตลาดปริวรรตเงินตราอินเตอร์แบงก์ให้มีความโปร่งใสมากขึ้นและเคลื่อนไหวในลักษณะอิงกับตลาด โดยจะกำกับดูแลและออกกฎระเบียบด้านการซื้อขายให้มีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป
เศรษฐกิจเอเชีย ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ของจีนในเดือน พ.ย.ปรับตัวขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 5 ปี และชะลอตัวลงจากเดือน ต.ค.ที่ขยายตัว 1.6% เนื่องจากราคาอาหารในเดือน พ.ย. ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของข้อมูลที่ใช้ในการคำนวนดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่น้อยกว่าเดือน ต.ค.ที่เพิ่มขึ้น 2.5% แต่ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ปรับตัวลดลง 5.6% และ 5.9% ตามลำดับ ทั้งนี้ หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี CPI ลดลง 0.2% ส่วนในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนี CPI ขยายตัว 2% ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 3.5%
เศรษฐกิจเอเชีย ดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) ของจีนในเดือน พ.ย.ลดลง 2.7% เมื่อเทียบรายปี ร่วงลงติดต่อกันถึง 33 เดือน และเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยภายในประเทศชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงด้วย ทั้งนี้ หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี PPI ปรับตัวลง 0.5% ลดลงเร็วกว่าเดือน ต.ค.ที่ลดลง 0.4% ส่วนในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนี PPI ปรับตัวลง 1.8%